ตุลาคม 24, 2026

“สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล” กับภารกิจ พลิก SME สู่อนาคต

สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล
0 0
Read Time:8 Minute, 37 Second

นี่คือมุมหนึ่งของ ผอ.เสือ สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สสว.

เพราะบทบาทของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปัจจุบันได้รับการยอมรับจากบรรดาผู้ประกอบการ SME เป็นอย่างมาก หนึ่งในผู้ที่มีส่วนในการผลักดันให้ สสว.ได้รับการยอมรับ ก็คือ นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หรือที่บรรดาผู้ประกอบการ SME เรียกขานอย่างใกล้ชิดผูกพันว่า “ผอ.เสือ” นั่นเอง

และนี่คือบทสัมภาษณ์พิเศษที่จะทำให้เข้าใจว่าทำไม ผอ.เสือผู้นี้จึงได้รับการยอมรับทั้งในบทบาทการทำหน้าที่ผู้บริหารสสว. และในบทบาทของผู้ที่ทุ่มเทช่วยเหลือเพื่อที่จะเปลี่ยน SME ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

แน่นอนว่าด้วยพื้นฐานการศึกษาที่ดีบวกกับความเป็นคนที่มีความคิดแบบคนรุ่นใหม่ ที่สำคัญยังเป็นผู้ที่เคยเป็นผู้ประกอบการ SME มาก่อนด้วย จึงยิ่งทำให้มีความเข้าใจในธุรกิจ SME ได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ละมุนละไม แต่ร้อนแรง ทำให้แบรนด์ สสว. และความเป็น ผอ.เสือ เป็นที่กล่าวถึงในผู้ประกอบการ SMEIMG_1362
การเข้ามาทำหน้าที่ ผอ.สสว.ในครั้งนี้ ตั้งความหวังไว้ว่าใน 2 ปีนี้อยากจะทำอะไร อยากจะเห็นอะไรบ้าง

ในการที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการ สสว. ครั้งนี้ ผมอยากทำอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคืออยากทำให้ SME แข็งแรงมีอนาคต ส่วนเรื่องที่ 2 คือทำให้บุคลากร สสว. เติบโตและมีอนาคต ผมอยากทำ 2 เรื่องนี้ให้สำเร็จใน 2 ปีที่เข้ามารับตำแหน่ง

คือในเมื่อเราต้องการให้ SME แข็งแรง ซึ่งการที่ SME จะแข็งแรงได้ สสว.ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วย SME ก็ต้องแข็งแรง และคนของสสว. ก็ต้องเติบโตอย่างมีศักยภาพก่อน ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาองค์กรในทุกๆด้าน พัฒนาไอที วางรูปแบบกระบวนการในการทำงาน ปัจจุบันเป็นแบบนี้ อนาคตจะเปลี่ยนเป็นอย่างไรให้ดีขึ้น ผมหรือทุกกระบวนการผมเน้นที่การใช้ทุกนาทีให้มีค่ามากที่สุด

ในด้านพัฒนาบุคคล ผมยอมให้คน สสว.ทำงานหนัก จะได้เข้าใจว่าแต่ละคนเก่งเรื่องอะไร แล้วค่อยๆโฟกัสไปในเรื่องนั้นๆ จะได้รู้ว่าคนๆนั้นจะเติบโตในเส้นทางไหน ผมจะได้สนับสนุนส่งเสริมถูก ผมอยากให้ทุกคนเติบโต

ผมอยากเห็น สสว. เป็นที่พึ่งของ SME ตัวจริง คือ สสว.เป็นคนกำหนดนโยบาย ออกแบบแผนแม่บท เพื่อวางอนาคต SME เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์(VISION)อันก้าวไกล เป็นผู้ชี้นำต่ออนาคต SME ได้ นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวัง ซึ่งคนที่คิดแล้วทำ คือคนที่จะสำเร็จได้ดีกว่า ดังนั้น สสว.จึงกำหนดว่าเราจะเป็นคนคลอดนโยบาย กำหนดนโยบายต่างๆ ตามแผนแม่บท ซึ่งแผนแม่บทปีนี้เป็นฉบับที่ 4 แล้ว และจะใช้ไปจนถึงปี 2564 ผมจึงคิดว่าเมื่อ สสว.เป็นผู้กำหนดนโยบายแล้ว ก็ต้องมีภาคปฏิบัติการเชิงทดลอง เชิญเขาไปหาโมเดลเชิงลึก เพื่อจะได้รู้ว่า กระบวนความคิดแบบไหนที่เปลี่ยนความคิดเป็นภาคปฏิบัติการ ต้องใช้องค์ความรู้ส่วนไหนบ้างที่สำคัญ กระบวนการคิดแบบไหนที่เมื่อปฏิบัติการแล้ว สามารถตอบโจทย์ได้จริง

 

ปี 61 ผมจึงเอาแผนมานั่งดู แล้วบอกว่าจากนี้ไป สสว.จะเป็นผู้ชี้นำ SME จึงกำหนดเป็นนโยบายว่าผมจะ Re-Investing SME Future จะเป็นคนพลิก SME สู่อนาคต ผ่านการเปลี่ยนแผนแม่บทเป็นภาคความคิดในการปฏิบัติของการเปลี่ยน SME สู่อนาคตด้วยเรื่อง 3 เรื่อง เรื่องแรกคือทรานส์ฟอร์เมชั่นคือปรับรูปแบบธุรกิจ เนื่องจาก SME ส่วนใหญ่จะปรับตัวเองไม่ค่อยทัน จะทำในสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคย เอาผลิตภัณฑ์เป็นตัวตั้ง แต่โลกการค้าสมัยนี้ต้องเอา Business Model เป็นตัวตั้ง เอาความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้ง ต้องทำให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งในการทรานส์ฟอร์มต้องอาศัยความรู้ชุดใหม่ ต้องอาศัยโมเดลชุดใหม่ ต้องอาศัยที่ปรึกษาชุดใหม่ที่มาเพิ่มเติมของเดิมที่มี ก็มาดูว่าทรานส์ฟอร์มอะไร พอดีว่าโจทย์ประเทศไทยคือ Thailand 4.0 เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราจะทรานส์ฟอร์ม SME 4.0 ก่อน จึงออกแบบกระบวนการคิดว่าจะเป็น 4.0 ได้ไม่ใช่ SME ไปเอง แต่ต้องยกระดับพี่เลี้ยงก่อน ยกระดับที่ปรึกษาก่อน

ดังนั้น สิ่งที่ สสว.ทำในปีนี้ หนึ่งคือ Transformation เรื่องที่ 2 คือ Internationalization และเรื่องที่ 3 คือ Corporative Networking ซึ่งในข้อ 3 จะมีเรื่อง “ที่ปรึกษา”เข้ามา โดยผมสร้าง Network ของที่ปรึกษาเข้าไปอยู่ในเว็บไซต์ของสสว. อยู่ในแพลตฟอร์มของ สสว. ที่วางแผนไป 3 ปีว่า เราจะเอาคน 2,200 คน ที่เราพัฒนาขึ้นมา แล้วมาช่วยดูแล SME ที่ใช้คำว่า “โค้ช”เข้ามาแทนคำว่าที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยง เพราะคาดหวังว่าที่ปรึกษาจะดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด เติบโตไปด้วยกัน จึงไม่ใช่เป็นอาจารย์ จึงไม่ใช่ที่ปรึกษาแบบสอน แต่เป็นโค้ชที่ติดตามกระบวนการและแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ตามโจทย์ที่เขาอยากจะได้จริง

ตามแผนภายใน 3 ปี เราจะมีที่ปรึกษา 2,200 ราย และถ้าเป็นรายใหม่ ก็กำหนดว่าจะต้องเข้าไปช่วยชุมชน 5 ชุมชน นั่นเท่ากับว่าผมจะได้ 11,000 ชุมชน หรือ 11,000 ราย ที่เราจะได้เข้าไปช่วยพัฒนาให้เขาแข็งแรง อันนี้เป็นกลไกที่จะมาซัพพอร์ตทรานฟอร์เมชั่น ซึ่งนี่คือ 3 เรื่องหลักๆที่ผมจะทำในปีนี้

ผมเป็นคนที่มีความเป็นมืออาชีพสูง มีความเป็นตัวเอง ตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าความรู้และความรัก จะสามารถหลอมสังคมที่ดีได้ ที่สำคัญการแบ่งปันความหวังดีเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่เราต้องมีให้กันด้วย ดังนั้นเราจึงต้องดูแลกันและกัน สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆช่วยปรับให้คนเข้าใจเรา เข้าใจในความหวังดีของเรา แล้วเขาก็จะเต็มใจทำงานร่วมกับเรา

 

ผมมองว่าตอนนี้สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือเราเริ่มเป็นคนธรรมดา ที่รู้ว่าชีวิตมีบวกลบคูณหาร ล้มลุกคลุกคลาน ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราจะได้เดินคู่ไปกับคนที่เติบโตไปกับเราได้ ผมก็เลยปรับกลไก สสว. ว่าเราต้องเป็นเพื่อนร่วมทาง แต่ต้องเป็นเพื่อนร่วมทางที่มี Vision ที่เราเป็นผู้ชี้นำ แต่ระหว่างทางชี้นำเราก็ต้องเดินไปกับเขา เราต้องรู้ประเด็นปัญหา และส่งเสริมกระบวนการให้รู้ว่าถ้ามีปัญหาอย่ากลัว ปัญหาขององค์กรคือปัญหาของเรา ปัญหาของฝ่ายอื่นก็คือปัญหาของเราด้วย การแก้ปัญหาไม่ใช่แก้ของใครของมัน ถ้าเป็นปัญหาองค์กรเมื่อไหร่คือปัญหาของเรา ก็เหมือนกับคนไทยทั้งประเทศ ถ้าปัญหาของประเทศเป็นปัญหาของคนอื่น ก็จะไม่ใช่แล้ว แก้ไขยาก แต่ถ้าอะไรที่เป็นปัญหาประเทศก็คือเป็นปัญหาของคนไทยด้วย คนไทยต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วย ถึงจะแก้ปัญหาได้ อย่าตัดปัญหาไปให้คนอื่น ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการผลักดัน สสว. ผลักดันส่งเสริม SME ผมถือว่าเป็นสิ่งท้าทายไม่ใช่ปัญหา

 

คือผมเชื่อมั่นในศักยภาพของ SME เวลามีปัญหา ผมจึงทำเต็มที่ ทำแบบแลกหมัดกันเลย เพราะผมเคยเป็น SME มาก่อน ผมมีปัญหามากมายหลายร้อยแปด SME พอมีปัญหาเขาทำยังไงไม่สนใจหรอก เขาก็ทำ ก็สู้ เพราะมีสองมือหนึ่งความมุ่งมั่น มีปัญหาแล้วอยู่เฉยเหรอ ไม่มีทาง SME มีปัญหาก็สู้ ก็ท้อก็สู้ ก็ท้อก็เศร้าก็สู้ คือมันก็ต้องลุย ถ้าเปรียบเทียบกับความเป็นจริง สมมุติว่าเราไปเจอกับกำแพงกั้นเป็นอุปสรรคของเรา มันมี 3 วิธีการที่จะทำให้กำแพงนี้หายไป หนึ่งทุบมันให้แตกเพื่อให้ปัญหามันทะลุ สองทำกำแพงให้เตี้ยลงเพื่อที่เราจะได้กระโดดข้ามไปได้ และสาม ผลักกำแพงให้ล้มลงไป ให้กลายเป็นสะพาน เพื่อเราจะได้ก้าวข้ามมันไปได้ เพื่อจะเชื่อมไปสู่สิ่งใหม่ สุดท้ายความหมายที่แม้จริงก็คือการหาทางออก

ซึ่งปีหน้าในปี 2562 เราจะพา SME สู่ Modernization ใช้คีย์เวิร์ดว่า SME Modernization เราจะสร้าง SME ไปสู่อนาคตเหมือนเดิม แต่ SME ไทยต้องทันสมัย คำว่าทันสมัยคือทำให้ตัวธุรกิจอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่เคยขายอะไรก็ขายแบบนั้น แล้วจะดีขึ้นได้อย่างสไรในเมื่อยังติดอยู่ในแบบเดิม ผมก็เลยออกแบบกลไกออกมา ว่าต้องทันสมัยใน 5 เรื่อง ภายใต้คำว่า Speed

 

คือผมใช้สโลแกนว่า “SME วันนี้ดีเร็ว” ปี 61 ผมยกระดับมาตรฐานให้ดีขึ้นแล้ว ปี 62 ผมจะยกระดับความเร็ว ประสิทธิภาพต้องดีขึ้น ต้นทุนก็จะต่ำลง เร็วแล้วพลาดไม่เป็นไร ดีกว่าช้าแล้วไม่เปลี่ยนแปลง ผมก็เลยออกแบบเป็น Speed Model ขึ้นมา

S ย่อมาจาก Smart คือต้องทันสมัย ส่วน P ย่อมาจาก Pro Active คือชวนคนเข้ามาสู่ระบบ แล้วก็ E ตัวแรกคือ Efficiency ก็คือเพิ่มประสิทธิภาพ ทำงานให้เร็วเพื่อต้นทุนจะได้ลดลง ส่วน E ตัวที่สอง คือ Exclusive ซึ่งผมมองว่า SME สู้กับรายใหญ่ไม่ได้ อีกกี่ชาติก็สู้ไม่ได้ สู้ได้ในจุดที่เราเด่นเราเก่ง แล้วสร้างเป็น Niche Market ขึ้นมาจะสู้ได้ และสุดท้าย D คือ Digital ซึ่งเอามารวมกันเป็น Speed SME Modernization นั่นก็คือเราจะพัฒนาความสมัยใหม่ของ SME ผ่านคำว่า Speed

 

ผมมีความตั้งใจ จะเข้ามาช่วย SME ผมก็เป็น SME มาก่อน ได้รับรางวัลมามากมาย รางวัลแรกเป็นรางวัล ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ได้รางวัลอุตสาหกรรม SME ยอดเยี่ยม ปี 2005 หลังจากปี 2005 มาก็เริ่มเดินสายแบ่งปันความรู้ ผมก็เลยค้นพบว่าตัวเองต้องทำอีกหนึ่งหน้าที่ให้ได้ ที่พรจากพระให้ผมมา ผมตั้งใจทำธุรกิจผมให้สำเร็จ ผมอาจจะไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ผมมีความรู้ที่ไม่มีวันหมด และผมก็มีความรู้สึกดีกับสังคม ผมสามารถเป็นกำลังใจให้กับคนหลายๆคนได้ ผมรู้ว่าต่อให้ผมเหนื่อยแค่ไหนผมก็ยังเป็นกำลังใจให้คนอื่น ส่วนผมเองเหนื่อยสุดๆก็ยังมีกำลังใจจากครอบครัวที่รักผมอยู่ ผมจึงไม่รู้สึกว่าวันไหนเป็นวันเหนื่อยของผม

IMG_1296“ผมบอกทีมสสว.ว่าวันนี้ผมเริ่มก่ออิฐ สร้างสะพานขยายออกไป ซึ่งในเวลา 2 ปีบนตำแหน่งนี้ผมไม่รู้จะสร้างได้กี่ก้อนได้กี่ขั้นบันได แต่ผมก็คาดหวังว่าผมเริ่มไว้แล้ว ก็อยากให้ทีมงานช่วยกันก่ออิฐต่อไปเรื่อยๆในวันข้างหน้าที่ ผอ.จะเป็นใครก็ไม่รู้ แต่ต้องเชื่อมั่นว่าหน่วยงานนี้ดี มีความสำคัญ เป็นประโยชน์กับประเทศ เราเป็น SME มาก่อนเรารู้ว่าหน่วยงานนี้คิดทุกเรื่องได้ ทำทุกเรื่องดีได้ถ้าตั้งใจคิดตั้งใจทำ”

 

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %