ตุลาคม 23, 2026

“ตร. เน้นคุมเข้ม 3 มาตรการสำคัญ หลังต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินๆ “ตำรวจ จะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด”

1588233030717
0 0
Read Time:3 Minute, 32 Second

“ตร. เน้นคุมเข้ม 3 มาตรการสำคัญ หลังต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินๆ “ตำรวจ จะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด”

วันนี้ 30 เมษายน 2563 พลตำรวจโท ปิยะ อุทโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการบังคับใช้ กฎหมายในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายหลังจากที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ขยายระยะเวลาการ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่1 พฤษภาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 นั้น พลตำรวจโท ปิยะๆ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหาร สูงสุดในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผอ.ศปม,) และ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำ ว่าถือเป็นภารกิจสำคัญของฝ่ายความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะต้องร่วมสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาล และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของเชื้อ COVD-19 โดยได้กำหนดเป็น มาตรการสำคัญของฝ่ายความมั่นคง จำนวน 3 เรื่องหลักๆ ประกอบด้วย

1 สายตรวจร่วม ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงจะปรับการปฏิบัติ โตยเปลี่ยนจากการ ตั้งรับ เป็น รุกเข้าสู่ปัญหา โดยตำรวจจะร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จังหวัด ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร สาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีชุดปฏิบัติการร่วมในลักษณะ ชุดเคลื่อนที่เร็ว หรือ ชุดปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ตามคำสั่งและประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าไปดำเนินการในกรณีต่างๆ ใน 4 แนวทาง คือ

1) การสุ่มตรวจสอบการกักกันแบบ Home Quarantine
2) การเข้าตรวจสถานที่ ร้านค้า สถานประกอบการ ที่ได้รับการผ่อนคลายการบังคับใช้ในบางมาตรการ ว่าสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามสุขลักษณะ ตลอดจนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ หรือศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019โควิด -19) หรือไม่
3) การเข้าไปตรวจสอบและจับกุมการมั่วสุมรวมตัวกันที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคทั้งในช่วงกลางวัน และช่วงเวลาเคอร์ฟิว อาทิ โรงแรม หอพัก ฯลฯ
4) การร่วมปฏิบัติหน้ที่ ณ จุดตรวจเคอร์ฟิว ในเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

2, เข้มงวดการหลบหนีเข้าประเทศ โดยสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มความ
เข้มขั้นของมาตรการตรวจสอบผู้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศผ่านทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อลดจำนวนผู้เดินทางที่ไม่ผ่านการคัดกรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานต่างด้าว รวมถึงการให้การสนับสนุนมาตรการState Quarantine และ Local Quarantine ของรัฐบาลในทุกจังหวัด
3. บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จากสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลต่อแนวโน้มของการเกิดอาชญากรรม จึงได้กำชับไปยังทุกหน่วยให้เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย
อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน เช่น ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปลันทรัพย์ ฉ้อโกง การกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด การทวงหนี้โดยผิดกฎหมาย บ่อนการพนันและยาเสพติด รวมไปถึงอาชญากรรมที่เป็น การซ้ำเติมประชาชนที่กำลังเดือดร้อนในปีจจุบัน เช่น ความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเวชภัณฑ์เกินราคา การเผยแพร่หรือส่งต่อข่าวปลอมในลักษณะ Fake Neพs การฝ่าฝืนประกาศข้อกำหนดของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อๆ หรือการฝ้าฝืนข้อกำหนดห้ามออกนอกเคหสถานในห้วงเวลาที่กำหนด หรือ เคอร์ฟิว เป็นต้น

พลตำรวจโท ปิยะฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอฝากมายัพี่น้องประชาชนทุกท่านได้โปรดเข้าใจและให้ความร่วมมือ ในการปฏิบัติตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการณ์ในสถานการณ์ฉุกเฉินๆ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะยังคงคุมเข้ม และเขมวดมาตรการต่างๆ ทั้งในด้านสาธารณสุข การเดินทาง และอาชญากรรมเพื่อไม่ให้สถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้นใหม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้คำมั่นว่า เราจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด”

#กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแหงชาติ
(สท.)

#อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ!!

################################

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %