ตุลาคม 2, 2026
1621147773297
0 0
Read Time:3 Minute, 43 Second

“สตม.เข้ม มาตรการคัดกรองผู้ต้องกัก!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย  พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการ ตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทยกระทำความผิดกฎหมาย และก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวกับคนไทยหรือต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย  พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม, พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม.

ตามที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีห้องกักตัวเพื่อรอการส่งกลับ สตม.มีความเสี่ยงในการ แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 นั้น สตม.ขอเรียนชี้แจงว่า กรณี ห้องกักตัวเพื่อรอการส่งกลับ ตม.จว.สงขลา เป็นข้อมูลในปี พ.ศ.2563 ปัจจุบัน สตม.ได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดการแพร่ระบาดในห้องกัก สตม.โดยมีมาตรการ ดังนี้

1.มาตรการต่อผู้ต้องกัก
– มาตรการสูงสุดในการตรวจคัดกรองผู้ต้องกักที่รับตัวมาจาก สน./สภ. ราชทัณฑ์ หน่วยบังคับใช้กฎหมาย จะต้องมีผลการตรวจโรคโควิด-19 มาพร้อมหนังสือนำส่งตัวคนต่างด้าวมาพร้อมด้วย อีกทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองแรกรับ หากตรวจพบอุณหภูมิผู้ต้องกักสูงกว่า 37.5 องศาเซลเชียส หรือมีอาการไข้สูง ไอ จาม เจ็บคอ ไม่สามารถ รับรู้กลิ่นหรือรส อย่างหนึ่งอย่างใด ให้รีบส่งตัวพบแพทย์ทันที และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว
– มาตรการการแยกกักตัวสำหรับผู้ต้องกักแรกรับรายใหม่อย่างน้อย 15 วัน และตรวจวัดอุณหภูมิ ตรวจอาการ และเฝ้าระวังอาการ ดูแลสุขภาพอนามัย โดยแพทย์ตรวจคนเข้าเมืองประจำห้องกัก พร้อมทั้งประสานโรงพยาบาลใกล้เคียงในการส่งต่อและรักษากรณีป่วยหนัก
– มาตรการงดเยี่ยมผู้ต้องกักทุกกรณีจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง แต่อนุญาตให้ผู้ต้องกักใช้โทรศัพท์ สาธารณะหรือทางระบบซูมเพื่อติดต่อญาติ หรือสถานทูต หรือองค์การต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศในการดูแลผู้ต้องกัก ได้แก่ UNHCR IOM UNICEF เป็นต้น
– กรณีผู้ต้องกักมีเหตุจำเป็นต้องออกไปภายนอกห้องกัก เช่น ไปพบแพทย์ ไปศาล เป็นต้น ให้สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือก่อนเข้า-ออกห้องกักทุกครั้ง
– จัดให้มีคำแนะนำการระวังป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจัดทำเป็นโปสเตอร์เป็นภาษาต่างประเทศ 10 ภาษา ติดให้ผู้ต้องกักทราบ และเปิดสื่อภาษาต่าง ๆ ให้ผู้ต้องกักฟังเป็นประจำ เพื่อให้ทราบถึงการป้องกันโรค
– ด้านการป้องกันและควบคุมโรค สถานกักตัวคนต่างด้าวจะประสานบุคลากรทางการแพทย์ที่รับผิดชอบ เช่น สาธารณสุขในพื้นที่ หรือ สปคม. กรมควบคุมโรค เพื่อให้การดำเนินการในการป้องกันและควบคุมโรคเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

2.มาตรการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
3.มาตรการผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้จัดหาอาหารผู้ต้องกัก ผู้ทำความสะอาดห้องกัก ฯลฯ หรือมาตรการต่อบุคคลภายนอก ตามแนวทางของสาธารณสุขโดยเคร่งครัด (DMHTT)

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอเรียนว่า การดูแลผู้ต้องกักเป็นไปตามมาตรฐานสากลและหลักมนุษยธรรม นอกจากมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ข้างต้น สตม. ยังมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น กรณีที่มีผู้ติดเชื้อห้องกักบางเขน สตม. จำนวน 400 ราย สตม.ได้ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามชั่วคราว และได้ทำการรักษาหายเป็นปกติแล้วทุกราย และดำเนินการตามขั้นตอนการส่งกลับแล้ว ปัจจุบันไม่มีผู้ต้องกักที่ติดเชื้อในห้องกัก สตูม แต่อย่างใด

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดชัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ช.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่
www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

#ขอขอบคุณ รองโฆษก สตม.และกองงานโฆษก ตม.1เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร!!

###################################

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %