“บิ๊กโจ๊ก”เผยผลโพลสำรวจความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมของชาวบ้าน จากการกรอกข้อมูลกว่า2แสนราย จาก 1.4 พันโรงพัก ชี้ กลัวทำร้ายร่างกาย ถูกลักทรัพย์ และถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่วนความพอใจในการใช้บริการบนโรงพัก ผ่านเกณฑ์ 79% แค่ปริ่มๆ
“บิ๊กโจ๊ก”เผยผลโพลสำรวจความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมของชาวบ้าน จากการกรอกข้อมูลกว่า2แสนราย จาก 1.4 พันโรงพัก ชี้ กลัวทำร้ายร่างกาย ถูกลักทรัพย์ และถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่วนความพอใจในการใช้บริการบนโรงพัก ผ่านเกณฑ์ 79% แค่ปริ่มๆ
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 มิ.ย.64 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ9) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการสำรวจความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมของประชาชนและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของตำรวจ ผ่านพีเพิลโพล ประจำเดือน มิ.ย.ว่า ที่ผ่านมาสำนักงานยุทธ์ศาสตร์ ตร.มีการเก็บข้อมูลเป็นประจำทุกปี วิเคราะห์ข้อมูล รวบ รวมสถิติต่างๆ เพื่อเป็นตัวชี้วัดของ ตร.ซึ่งจะสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีแนวคิดในการที่จะดูสถิติ ดูการทำงานของตำรวจแบบเรียลไทม์ได้ริเริ่มทำพีเพิลโพล มีเปลี่ยน แปลงรูปแบบจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบกูเกิ้ลฟอร์ม เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแรก และประเมินผลทุกสิ้นเดือนพบว่าในเดือนนี้มีประชาชนช่วงอายุ 20-40 ปี กรอกข้อมูลเข้ามากว่า 2 แสนกว่าราย จากสถานีตำรวจ 1,484 แห่ง ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะที่ผ่านมาในหนึ่งปีมีการจัดเก็บตัวอย่างเพียง 1-2 พันราย แต่ตอนนี้เมื่อใช้ข้อมูลที่ทันสมัย ใช้เครื่องมือกูเกิ้ลฟอร์ม ประชาชนจะกรอกง่าย อยู่บ้านก็กรอกได้
สำหรับข้อมูลผลสำรวจที่ในหัวข้อความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมต่อชีวิต ร่างกาย และเพศ พบว่าประชาชนหวาดกลัวภัยในเรื่องการทำร้ายร่างกายมากที่สุด รองลงมาคือการถูกฆ่า และอันดับที่สาม คือภัยยาเสพติด ต่อมาเป็นผลสำรวจหัวข้อความหวาดกลัวภัยต่อทรัพย์สิน ประชาชนหวาดกลัวเรื่องการลักทรัพย์มากที่สุด รองลงมาคือชิงทรัพย์ และอันดับที่สามการวิ่งราวทรัพย์
ผลสำรวจหัวข้อความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมสมัยใหม่ ประชาชนหวาดกลัวเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากที่สุด รองลงมาคือการหลอกลวงซื้อของออนไลน์ และอันดับที่สาม การพนันออนไลน์ เห็นได้ว่าแบบฟอร์มนี้วัดความรู้สึกและความต้องการของประชาชนได้จริงๆ ทำให้ ผบ.ตร.นำข้อมูลไปใช้ในการสั่งการตำรวจทุกโรงพัก บริหารข้อมูลเหล่านี้ตามสถานการณ์จริงได้ ทิศทางการทำงานจะชัดเจนและตรงเป้ามากขึ้น
วันนี้ฟันเฟืองทุกตัวต้องขยับ ข้อมูลพีเพิลโพล จะบอก ผกก.ทุกโรงพัก ว่าพื้นที่ตนเองมีปัญหาอะไรมากที่สุดในเรื่องผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนที่ขึ้นมาใช้บริการภายในสถานีตำรวจ เราใช้เกณฑ์ 70 เปอร์เซ็นต์ โดยทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศผ่านเกณฑ์หมด แต่ผ่านเกณฑ์แบบปริ่มๆ 74-76 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราต้องพัฒนาต่อไป
ทั้งนี้การสำรวจของพีเพิลโพล เป็นระบบที่จำกัด 1 หมายเลขโทรศัพท์ ต่อ 1 การให้ข้อมูล และทำได้เพียง 1 ครั้งต่อเดือน เพราะฉะนั้นจะไม่มีหน้าม้ามาให้ข้อมูล ผบ.ตร.ย้ำว่าขอให้กรอกข้อมูลแบบตรงไปตรงมา จะได้นำข้อมูลมาปรับปรุงการทำงานของสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และจราจร ได้
ทั้งนี้การจัดทำผลสำรวจยังพบว่าสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศมีความต้องการมากที่สุดคือกล้องซีซีทีวี เพราะประชาชนมีความมั่นใจต่อการบันทึกภาพจากกล้อง ผบ.ตร.ได้ริเริ่มนำร่องโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 โซน คือ ห้วยขวาง ลุมพินี และภาษีเจริญ ส่วนในต่างหวัดจะมีภาคละ 1 โซน คือ พัทยา ภูเก็ต อุดรธานี ปากเกร็ด สมุทรปราการ เชียงใหม่ หาดใหญ่ เป็นต้น
โครงการดังกล่าวมีการนำกล้อง AI มาใช้จดจำใบหน้า ติดตามบุคคลได้ จะเห็นได้ว่าแนวคิดสมาร์ทเซฟตี้โซน ของ ผบ.ตร.จะนำร่องในเมืองเศรษฐกิจที่เป็นแลนด์มาร์คของประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประเทศในอีก 120 วัน ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยจะเปิดโครงการที่แยกราชประสงค์ ต้นเดือนหน้า และจะคิกออฟพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ให้หวาดกลัวภัยน้อยที่สุด!!

