ตุลาคม 3, 2026

กระทรวงคมนาคมจับมือมูลนิธิเมาไม่ขับ จัดงานรณรงค์ โครงการ “ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน”  เซฟอุบัติเหตุปีใหม่ 2567

1703914101222
0 0
Read Time:4 Minute, 41 Second

กระทรวงคมนาคมจับมือมูลนิธิเมาไม่ขับ จัดงานรณรงค์

โครงการ “ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน” 

เซฟอุบัติเหตุปีใหม่ 2567

         นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานรณรงค์โครงการ “ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน” โดยมีนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ, นางสาวระพิพรรณ วรรณพินทุ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด, คณะกรรมการจัดงาน พร้อมด้วยเหยื่อเมาแล้วขับผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุจราจร, ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ให้การต้อนรับ โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงคมนาคม ได้เยี่ยมชมการตรวจวัดแอลกอฮอล์ทางลมหายใจพนักงานขับรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด ที่จะนำรถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต และห้องสุขา ณ บริเวณอาคารผู้โดยสารภาคกลาง ชั้น 1 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต)  เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566

        มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับบริษัทขนส่ง  จำกัด (บขส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
และภาคีเครืยข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตเมาไม่ขับ ภาครฐ ภาคเอกชน จัดกิจกรรมน ซึ่งบรายากาคในงานมีการจัดกิจกรรมรณรงค์โครงการ “ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน” โดยภายงานมีการแจกสื่อรณรงค์ สติ๊กเกอร์ แผ่นผับ  หน้ากากอนามัยผู้ใหญ่ เด็ก เจลล้างมือ รวมทั้งนิทรรศการ และคู่มือการเดินทางปีใหม่อย่างไรให้ปลอดภัย รวมทั้งมีการเสวนาพิเศษ “ฉลองปีใหม่อย่างไรให้ปลอดภัย – ปลอดอุบัติเหตุทางถนน” โดยมีผู้แทนกรมควบคุมโรค ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหยื่อเมาแล้วข้บ ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากสถิติอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่ เมื่อปี 2566 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 317 คน บาดเจ็บ 2,437 คน สาเหตุหลักใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ และขับรถตัดหน้ากระชันชิด ไม่สวมหมวกกันน็อก การฝ่าฝืนสัญญานไฟจราจร เป็นต้น
           นายสุริยะ จึงรุงเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีความห่วงใยต่ออุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่อง 4 วัน และมีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับบัานฉลองปีใหม่จำนวนมาก ทางกระทรวงคมนาคมจึงต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มงวด ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม นโยบายที่สำคัญคือต้องอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน
          ทั้งนี้ ได้กำหนดเป็นนโยบายให้พนักงานที่ขับขี่รถโดยสารสาธารณะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งขับขี่รถ บขส. รถขสมก. และรถร่วมทั้งหลาย โดยจะเข้มงวดกวดขันผู้ขับขี่ต้องปลอดจากแอลกอฮอล์ ตรวจเข้มในเรื่องการเมาสุรา การขับรถเร็ว การโทรแล้วขับ ฯลฯ โดยเฉพาะรถสาธารณะแอลกอฮอล์จะต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ หากตรวจพบว่าพนักงานขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย จะมีการลงโทษสถานหนักถึงขั้นไล่ออก ให้ออก ตัดเงินเดือน หรือพักงาน
“ผู้ขับรถสาธารณะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการขับขี่รถที่ สูงกว่าผู้ขับรถทั่วไป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่เพียงเล็กน้อยถือว่าเป็นเจตนาที่จะละเมิดกฏแห่งความปลอดภัย ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วฐานดื่มสุรา
ในขณะปฏิบัติหน้าที่ และผิดกฎหมายขนส่งโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “
        ด้านนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า สถานการณ์อุบัติเหตุโดยรวมยังมีความน่าเป็นห่วง สถิติตัวเลขแม้ว่าจะลดนัอยลง แต่ก็ยังจัดว่าเป็นสถิติที่สูงอยู่ เมื่อเปรียบเทียบกับนานาอารยะประเทศ เทศกาลปีใหม่ 2567 ที่จะถึงนี้ จึงขอให้คนไทยร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน มีสติ ไม่ประมาทในการขับรถ
         อย่างไรก็ตามลำพังกำลังเจำหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ คงไม่สามารถดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนคนไทยได้อย่างทั่วถึง จึงขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตราย ถ้าพบเห็นผู้ขับขี่รถที่มีพฤติกรรมเสี่ยงบนท้องถนน ขอให้ส่งคลิปมายังเพจอาสาตาจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ซึ่งท่านอาจได้รางวัล 1 หมื่นบาท ภายใต้โครงการลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยคลิปวีดีโอจากความร่วมมือของคนในสังคมโดยใช้เทคโนโลยีและโซเชียสมีเดีย ซึ่งมูลนิธิเมาไม่ขับได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก มอบเงินรางวัลให้กับประชาชนที่ส่งคลิปผู้กระทำผิดมา
          มูลนิธิเมาไม่ขับในฐานะองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ทำงานสนับสนุนการรณรงค์และการบังคับให้กฎหมายเมาไม่ขับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เข้าใจถึงความตั้งใจดีของรัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผู้ค้าขายได้มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่ดี แต่การดำเนินนโยบายใดนโยบายหนึ่งย่อมมีทั้งผลดีและผลกระทบ การเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. เป็นการเพิ่มคนเมาแล้วขับบนท้องถนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มูลนิธิเมาไม่ขับจึงขอเสนอมาตรการลดปัญหาเมาแล้วขับจากนโยบายเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณา ดังนี้
1. ขอให้มีกฎหมายกำหนดให้มีการตรวจแอลกอฮอล์ทุกครั้ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และกำหนดความผิดของเจ้าหน้าที่กรณีละเลยการปฏิบัติไม่ตรวจแอลกอฮอล์
2. ขอให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับชนคนตายให้มีโทษจำคุกจาก 3 – 10 ปี เป็น 12-15 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงการรอลงอาญา
3. ขอให้พิจารณากฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ กรณีปล่อยปละละเลยให้ผู้มาใช้บริการเมาแล้วขับไปชนคน จนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %