“ดร.รัชชยะ นิลกรรณ์” หรือ “โค้ชเรย่า” สำเร็จปริญญาเอก ฉลองอบอุ่นกับครอบครัว พร้อมเดินหน้าธุรกิจและงานเพื่อสังคม
ดร.รัชชยะ นิลกรรณ์ หรือ “พี่เรย์” ซึ่งหลายคนรู้จักในชื่อเดิม “โค้ชเรย่า รัชยา” สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ประเทศไทย โดยทำวิจัยในหัวข้อ “การพัฒนานโยบายสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของคนไทยผู้พำนักในออสเตรเลีย” นำประสบการณ์จากการทำงานด้านบัญชีและภาษีมาต่อยอดสู่การศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ดร.รัชชยะร่วมรับประทานอาหารเย็นฉลองความสำเร็จกับภรรยา ลูก และคุณพ่อ อารยะ นิลกรรณ์ ณ ห้องอาหาร Ventisi โรงแรม Centara Grand at CentralWorld ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเรียบง่าย พร้อมร่วมรำลึกถึงคุณแม่ผู้ล่วงลับ ซึ่งเสียชีวิตก่อนที่พี่เรย์จะเริ่มศึกษาระดับปริญญาเอก มื้ออาหารครั้งนี้จึงเป็นทั้งการแบ่งปันความภาคภูมิใจและการระลึกถึงบุคคลสำคัญของครอบครัว

โค้ชเรย่าเคยเป็นที่รู้จักในประเทศไทยเมื่อราว 10 ปีก่อน ก่อนกลับไปใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลียเพื่ออยู่กับครอบครัว และดูแลธุรกิจสำนักงานบัญชีและภาษี RAYYA TAX AGENT โดยมีประสบการณ์ให้บริการด้านบัญชีและภาษีแก่นักเรียน นักธุรกิจ และประชาชนชาวไทยในออสเตรเลียมาเป็นเวลากว่า 20 ปี
ด้านวิชาชีพ ดร.รัชชยะเป็นตัวแทนภาษีขึ้นทะเบียนในประเทศออสเตรเลีย (Registered Tax Agent) และสมาชิกระดับ Member ของ Institute of Public Accountants (IPA) โดยใช้อักษรย่อทางวิชาชีพ MIPA ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท RAYYA TAX AGENT ประเทศออสเตรเลีย รวมถึง งานเพื่อสังคม กับตำแหน่งที่ปรึกษาสมาคมนวดไทยในประเทศออสเตรเลีย และ ยังเป็นกรรมการและผู้อำนวยการด้านอัตลักษณ์ สมาคมนานาพร ในประเทศไทย ด้วย
สำหรับก้าวต่อไปทางธุรกิจ RAYYA TAX AGENT อยู่ระหว่างการเปิดสาขาในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นักบัญชีรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานและพัฒนาประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีออสเตรเลีย โดยทีมงานในประเทศไทยจะร่วมสนับสนุนการดูแลลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในประเทศออสเตรเลีย

ขณะเดียวกัน ในบทบาทของสมาคมนานาพร ดร.รัชชยะกำลังร่วมขับเคลื่อนโครงการ “Safe & Save” ซึ่งทำงานร่วมกับมูลนิธิสยามแคร์ โดยมีแผนเดินสายให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศไทย ครอบคลุมการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และการรับมือกับการกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ในการดูแลตนเอง เคารพผู้อื่น และเข้าถึงความช่วยเหลือเมื่อเผชิญปัญหา
อีกหนึ่งประเด็นที่ให้ความสำคัญคือการส่งเสริมสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งด้านความสัมพันธ์ การสร้างครอบครัว และเสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยสนับสนุนให้ชาว LGBTQ+ สามารถดำเนินชีวิตตามความเชื่อและมีส่วนร่วมในชุมชนศาสนาได้อย่างมีศักดิ์ศรี ปราศจากการกีดกันด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศหรือวิถีทางเพศ
ในด้านชีวิตส่วนตัว ดร.รัชชยะเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีความสุขกับการใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวในฐานะผู้ชายข้ามเพศ หรือทรานส์แมน โดยมีโรงพยาบาลยันฮีเป็นผู้สนับสนุนหลักในการดูแลกระบวนการข้ามเพศ ทั้งนี้ มีแผนพำนักในประเทศไทยต่ออีกระยะเพื่อดูแลงานธุรกิจและโครงการเพื่อสังคม ก่อนกลับไปใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลียประมาณกลางปี พ.ศ. 2570

การสำเร็จปริญญาเอกครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงประสบการณ์ด้านวิชาชีพกับงานวิจัย พร้อมต่อยอดสู่การสร้างโอกาสให้นักบัญชีรุ่นใหม่และการทำงานเพื่อสังคม โดยมีครอบครัวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
