พลเอกประวิตร ขึ้นเชียงใหม่ปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าเน้น7 ข้อแก้ปัญหาไฟป่าที่ยั่งยืน
พลเอกประวิตร ขึ้นเชียงใหม่ปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าเน้น7 ข้อแก้ปัญหาไฟป่าที่ยั่งยืน ……………………………………….
21 พฤษภาคม2563 – เวลา09.00 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดโครงการรวมใจไทยปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวพร้อมทั้งมอบกล้าไม้
มีค่าให้แก่หัวหน้าส่วนราชการแขกผู้มีเกียรติอีกทั้งนำร่องปลูกต้นไม้ยืนต้นที่มีค่าทางเศรษฐกิจไม้ให้ดอกและ
ไม้กินได้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสียหายจากสถานการณ์ไฟป่าให้กลับมีความอุดมสมบูรณ์อันจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับป่าณบริเวณป่าดอยสุเทพบ้านศาลา(ห้วยตึงเฒ่า) ม.3 ต.ดอนแก้วอ.แม่ริมจ.เชียงใหม่รวมเนื้อที่รวม210 ไร่โดยโอกาสนี้นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวร่วมปลูกต้นไม้พร้อมกันทั้ง25 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ในคราวเดียวกันอีกด้วย
ทั้งนี้รองนายกฯ ยังขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้ในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยการร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้แห่งความจงรักภักดีภายใต้ชื่อ“รวมใจไทยปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่100 ล้านต้นผ่านเว็บไซต์กรมป่าไม้www.forest.go.th อีกช่องทางหนึ่งด้วย
จากนั้นเวลาประมาณ10.30 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ80 พรรษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่
เพื่อรับฟังสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลและถอดบทเรียน(After Action Review : AAR)
การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ
โอกาสนี้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจพร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้ก้าวไปสู่เป้าหมายการดำเนินการดังนี้
1. การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจะต้องมีความต่อเนื่องและกำหนดมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาให้หมดไปโดยเร็วและยั่งยืนโดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนืออย่างยั่งยืนให้เป็นรูปธรรม
2. จัดชุดพิทักษ์ป่าประจำหมู่บ้านในหมู่บ้านเสี่ยงไฟป่าของ๙จังหวัดภาคเหนือเพื่อให้ประชาชน
ได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าและสนับสนุนการดับไฟป่าโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระทรวงมหาดไทยและหน่วยทหารในพื้นที่พร้อมทั้งจัดอบรมให้ความรู้กับชุดพิทักษ์ป่าและจิตอาสาพระราชทานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการดูแลป่าและการดับไฟป่าเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
3. ให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยรวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือที่เพียงพอสำหรับการปฏิบัติการดับไฟป่า
การอนุรักษ์ป่าการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันโดยทุกหน่วยงานต้องให้ความสำคัญเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชน
4. ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบหลักและ
ให้กระทรวงมหาดไทยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนในการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับจังหวัด
5. จังหวัดและหน่วยงานส่วนกลางต้องทำให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจถึงความพยายามและแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาและพร้อมให้ความร่วมมือเป็นเครือข่ายในการอนุรักษ์ป่าโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยทหารต้องทำงานร่วมกันในการสื่อสารสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงระดับหมู่บ้าน
6. เปลี่ยนผู้มีพฤติกรรมการเผาป่าและบุกรุกทำลายป่าให้เป็นเครือข่ายดูแลรักษาป่าให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระทรวงมหาดไทยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยทหารสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ความรู้ส่งเสริมอาชีพและการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสร้างโอกาสและส่งเสริมบทบาทในการเป็นจิตอาสาและเครือข่ายในการดูแลป่าเฝ้าระวังและดับไฟป่าภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่
7. ร่วมมือกับอาเซียนแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืนโดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงการต่างประเทศหารือกับประเทศอาเซียนให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมและให้กองทัพภาคที่๓และจังหวัดชายแดนสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

