ตุลาคม 3, 2026

“กมธ.กีฬาหาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง พระราชบัญญัติกีฬามวย ฉบับปี พ.ศ.2542!!

1597423675042
0 0
Read Time:4 Minute, 22 Second

“กมธ.กีฬาหาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง พระราชบัญญัติกีฬามวย ฉบับปี พ.ศ.2542!!

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.63 เวลาประมาณ 10.00 น.ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (สผ.)408 ชั้น 4 อาคารรัฐสภาดังกล่าว มีการหารือถึงแนวทางแก้ไข ปรับปรุง พระราชบัญญัติกีฬามวย ฉบับปี พ.ศ.2542 โดยมี “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ และตัวแทนวงการมวยหลายฝ่าย ขาดเพียง ดร.ก้องศักดิ์ ผู้ว่าฯกกท.ซึ่งส่งเพียงตัวแทนมาร่วมหารือ

โดยการประชุม อนุกรรมาธิการ รัฐสภา ประเด็นสำคัญเป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไข พรบ.มวย ฉบับปัจจุบัน ปี พ.ศ.2542 คณะอนุกรรมาธิการศึกษาพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 ในคณะกรรมาธิการกีฬา (สภาผู้แทนราษฎร) ได้พิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542โดยเชิญ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย รวมถึง หัวหน้าค่ายมวย เข้าร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการได้มีความเห็นร่วมกันว่าปัญหาและอุปสรรคจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ที่จะต้องนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมมีดังนี้

1) การกำหนดคำนิยาม “กีฬามวย” ในพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 จะต้องมีการกำหนดให้ครอบคลุมว่าเป็นกีฬามวยประเภทใดและลักษณะใด เพราะปัจจุบันกีฬามวยมีการแข่งขัน
หลายประเภทและหลายลักษณะที่มีการแข่งขันขึ้นในประเทศไทยนอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขององค์กรกีฬามวยไทยและกีฬามวยสากล ดังนั้น จึงควรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมคำนิยาม “กีฬามวย” ให้มีความครอบคลุมมากขึ้น

2) หากมีการบัญญัติจำกัดอายุนักมวย 15 ปี ขึ้นไปจึงจะสามารถขึ้นชกมวยได้จะส่งผลเสียต่อการพัฒนาวงการมวยอย่างร้ายแรง เพราะกีฬามวยจะต้องเริ่มตั้งแต่อายุ 8 – 9 ปี จึงจะทำให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถเป็นนักมวยที่สามารถประกอบอาชีพได้ ทั้งนี้ ควรพิจารณาในประเด็นการกำหนดให้มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมให้แก่นักมวยเด็กเมื่อแข่งขันกีฬามวยน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

3) ปัญหาจากการควบรวมกองทุนกีฬามวยเข้าไปรวมกับกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งถูกควบรวมตามคำสั่งคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ทำให้การจัดสรรงบประมาณมาใช้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวยมีไม่มากนักและไม่คล่องตัว ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นร่วมกันว่าควรแยกกองทุนกีฬามวยออกจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ตามที่เคยบัญญัติแต่เดิมในพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 โดยเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 ที่เป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์นักมวยและคุ้มครองนักมวยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการส่งเสริมให้มีการสงเคราะห์และเยียวยานักมวยผ่านกองทุนกีฬามวย เพราะที่ผ่านมามีนักมวยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการมวยได้รับความช่วยเหลือจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติไม่มากนัก รวมถึงการบัญญัติเกี่ยวกับการให้มีการส่งเสริม อนุรักษ์ และเผยแพร่กีฬามวย รวมทั้งกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬามวยอย่างเป็นรูปธรรม

4) ปัญหาการตัดสินกีฬามวยที่มีมาตรฐานต่างกัน ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นร่วมกันว่าควรจะให้มีการตั้งคณะกรรมการผู้ตัดสินกีฬามวยที่เป็นคณะกรรมการกลาง โดยมีหน้าที่ควบคุมและกำกับผู้ตัดสินกีฬามวยให้มีมาตรฐานเดียวกัน

5) ปัญหาของโครงสร้างคณะกรรมการกีฬามวยและโครงสร้างการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ยังไม่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากนัก ควรจะให้บุคคลในวงการมวยหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับ ดูแล และบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมาย

6) การกำหนดบทลงโทษกรณีล้มมวย ควรจะต้องมีการบัญญัติให้ชัดเจนในกรณีการตัดสินลงโทษนักมวยในกรณีกระทำความผิดฐานล้มมวย โดยจะต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาตัดสินอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อนักมวยและหากไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ว่านักมวยได้ล้มมวย ผู้ตัดสินกีฬามวยซึ่งตัดสินว่านักมวยล้มมวยควรจะต้องได้รับบทลงโทษ

7) ปัจจุบันมีนักมวยต่างชาติเข้ามาแข่งขันกีฬามวยในประเทศไทยจำนวนมาก การบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ควรจะคำนึงถึงนักมวยต่างชาติที่เข้ามาแข่งขันกีฬามวยในประเทศไทย เพื่อให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ รวมถึงการคุ้มครองจากการแข่งขันมวยในประเทศไทย

8) ขอให้พิจารณาศึกษาข้อกำหนดเกี่ยวกับวันพักหลังจากการขึ้นชกมวย โดยพิจารณา
จากสภาพของนักมวย โดยอาจจะพิจารณาจากการตรวจร่างกายของแพทย์ ซึ่งจะดีกว่าการกำหนดวันพักนักมวย

9) การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ควรมีการจัดเสวนารับฟังความคิดเห็นของบุคลากรในวงการมวยอย่างทั่วถึง ทั้งนักมวย หัวหน้าค่ายมวย ผู้จัดการแข่งขัน และผู้ฝึกสอนกีฬามวย ฯลฯ เพื่อให้มีกฎหมายที่ใช้บังคับแก่บุคคลกรกีฬามวยอันเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายในวงการกีฬามวย

ทั้งนี้ ความคิดเห็นจากที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการข้างต้นนี้ คณะอนุกรรมาธิการจะนำไปพิจารณาศึกษาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ต่อไป นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการยังจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มบุคคลในวงการกีฬามวยทุกกลุ่มเพิ่มเติมและในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ครั้งต่อไป (ครั้งที่ 3) ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563 คณะอนุกรรมาธิการจะพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542โดยเชิญ กลุ่มผู้จัดรายการแข่งขันกีฬามวยและกลุ่มผู้ตัดสินกีฬามวย มาให้ข้อมูลในที่ประชุม!!

###############################

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %