ตุลาคม 2, 2026

“กรมราชทัณฑ์ คุมเข้มโควิด-19 ปิด 13 เรือนจำ/ทัณฑสถานพร้อมประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด หากวิกฤต อาจล็อกดาวน์เพิ่ม!!

1608633838680
0 0
Read Time:3 Minute, 9 Second

“กรมราชทัณฑ์ คุมเข้มโควิด-19 ปิด 13 เรือนจำ/ทัณฑสถานพร้อมประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด หากวิกฤต อาจล็อกดาวน์เพิ่ม!!

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 16.30 น. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้สั่งล็อกดาวน์เรือนจำ ทัณฑสถาน และสถานกักกัน จำนวน 13 แห่งในพื้นที่เขต 7 และพื้นที่ใกล้เคียง
1.เรือนจำกลางนครปฐม
2.เรือนจำกลางเขาบิน
3.เรือนจำกลางราชบุรี
4.เรือนจำกลางสมุทรสงคราม
5.เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี
6.เรือนจำกลางเพชรบุรี
7.เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี 8.เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร 9.เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ
10.เรือนจำจังหวัดประจวบคีรี ขันธ์
11.สถานกักกันนครปฐม 12.เรือนจำพิเศษธนบุรี และ 13.ทัณฑสถานหญิงธนบุรี
โดยในพื้นที่เสี่ยงอย่างจังหวัดสมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้เชิญคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการตรวจผู้ต้องขังแรกรับทั้งหมด รวมทั้งผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยง และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร โดยขณะนี้ กำลังรอผลการตรวจอยู่ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ได้ประสานกับโรงพยาบาลในพื้นที่ในการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมอีกครั้ง

โดยในเรือนจำและทัณฑสถานอื่นๆ ในเขตจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการและผู้บัญชาการเรือนจำและทัณฑสถาน ในการดำเนินการล็อกดาวน์ได้ทันที โดยให้มีมาตรการ คือ
1.การแยกกักกันโรคผู้ต้องขังรับใหม่และรับย้ายอย่างน้อย 14 วัน และต้องปฏิบัติตามกระบวนการแยกกักกันโรคที่ถูกต้องอย่างเข้มงวด
2.งดการเยี่ยมญาติช่องทางปกติและให้มีการเยี่ยมญาติทางไลน์ทดแทน
3.”มาตรการคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า” ด้วยการงดนำผู้ต้องขังออกทำงานภายนอกเรือนจำ และงดการนำบุคคลภายนอกเข้าเรือนจำ ยกเว้น กรณีมีเหตุจำเป็น
4.สร้างความเข้าใจ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ต้องขังและญาติ ตลอดจนจัดให้มีกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดในระหว่างการงดเยี่ยมญาติ
5.กำชับเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขังและญาติ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การเว้นระยะห่างทางสังคม และ
6.งดการจัดกิจกรรมที่ต้องนำผู้ต้องขังมารวมกันมากๆ และจัดหาหน้ากากอนามัยให้ผู้ต้องขังทุกคนอย่างน้อยคนละ 2 ชิ้น

นายอายุตม์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรือนจำและทัณฑสถานในพื้นที่อื่นๆ ที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ให้เรือนจำและทัณฑสถานแต่ละแห่งติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิ การแยกกักกันโรคในผู้ต้องขังเข้าใหม่และรับย้ายอย่างน้อย 14 วัน การเปิดลงทะเบียนเยี่ยมญาติล่วงหน้า การเยี่ยมญาติแบบเว้นระยะห่างตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) การเยี่ยมญาติผ่านไลน์ทดแทนการเยี่ยมแบบปกติ การตรวจคัดกรองเจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอกที่จะเข้าในเขตพื้นที่เรือนจำและทัณฑสถานอย่างเข้มงวด พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคนมีวินัยในการป้องกันตัวเอง ไม่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง โดยหากเจ้าหน้าที่และครอบครัวเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงให้ดำเนินการกักตัวอย่างน้อย 14 วัน

นายอายุตม์ฯ ยังได้ชี้แจงถึงการปล่อยตัวผู้ต้องขัง การพักโทษ และการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว ว่า กรมราชทัณฑ์ยังคงดำเนินการตามเดิม เพราะในเรือนจำและทัณฑสถานขณะนี้ยังไม่มีการแพร่ระบาด และการอบรมยังเป็นการดำเนินการภายใน เพราะฉะนั้นจึงไม่กระทบกับเรื่องนี้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนทุกท่าน มั่นใจประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์ และอยากให้ญาติพี่น้องทุกท่าน เข้าใจถึงความจำเป็นในการปิดเรือนจำและทัณฑสถาน เพื่อป้องกันผลเสีย หากเชื้อหลุดรอดเข้าไปยังเรือนจำและทัณฑสถานในครั้งนี้!!

#################################

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %