“ตม.1 คุมเข้มพื้นที่ชั้นในสกัดโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ระดมกำลังลุยกวาดล้างแรงงานต่างด้าวเถื่อนอย่างต่อเนื่อง จับกุมได้มากถึง 64 ราย ในรอบสัปดาห์!!
“ตม.1 คุมเข้มพื้นที่ชั้นในสกัดโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ระดมกำลังลุยกวาดล้างแรงงานต่างด้าวเถื่อนอย่างต่อเนื่อง จับกุมได้มากถึง 64 ราย ในรอบสัปดาห์!!
วันนี้ 28 ธ.ค.2563 เวลา 15.00 น.พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 (งานสืบสวนป้องกันปราบปราม) และทำหน้าที่ในฐานะรอง โฆษก สตม. และโฆษก บก.ตม.1 อีกหน้าที่หนึ่งเปิดเผยว่า พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส. บก.ตม.1, พ.ต.ท.บุญเรือง เล็กน้อย รอง ผกก. สส.บก. ตม.1 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1ออกตรวจเข้มต่างด้าวและจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง โดยไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจคัดกรอง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ พร้อมทั้งระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ ในห้วงระหว่างวันที่ 21-27 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา
เพื่อป้องกันปราบปราม และจับกุมบุคคลต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ รวมถึงแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง
พ.ต.อ.ภัคพงศ์ ฯ รอง ผบก.ตม.1 (งานสืบสวนป้องกันปราบปราม) และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันเปิดเผยผลการปฏิบัติในการออกระดมกวาดล้างอาชญา กรรมและจับกุมผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ในรอบสัปดาห์ ของ บก.ตม.1 ระหว่างวันที่ 21-27 ธ.ค.63 สามารถจับกุมผู้ที่กระทำผิดกฎหมายได้ 21 คดี และได้ตัวผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 64 ราย ดังนี้
1. จับกุม นายโม สัญชาติเมียนมา พร้อมพวก 32 ราย และนายยาน สัญชาติกัมพูชา พร้อมพวก 12 ราย รวมทั้งหมด 44 ราย ในข้อหา “เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต “
2. จับกุม นายโทนมา สัญชาติลาว และนายโพซอ สัญชาติเมียนมา รวมทั้งหมด 2 ราย ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”
3.จับกุม นายชิแวน สัญชาติกัมพูชา พร้อมพวก 3 ราย และนายวิน วิน สัญชาติเมียนมา พร้อมพวก 6 ราย รวมทั้งหมด 9 ราย ในข้อหา “ได้รับอนุญาตให้ทำงานไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ ทำงานของนายจ้างและลักษณะงานหลักที่ทำต่อนายทะเบียน”
4. จับกุม นายประสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ข้อหา “เป็นเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยฯ ไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชม.นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย” ตาม มาตรา38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522”
5. จับกุม นายเตียว สัญชาติลาว พร้อมพวก 3 ราย และนายแท็ก สัญชาติกัมพูชา พร้อมพวก 4 ราย รวมทั้งหมด 7 ราย ในข้อหา “เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
6. จับกุม นาย หม่อง เอ สัญชาติเมียนมา ข้อหา “ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว ไม่แจ้งที่อยู่ที่พักอาศัยของตนเองเมื่อครบกำหนดระยะเวลาเก้าสิบวัน”พร้อมควบคุมทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช. สตม,พล.ต.ต. สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช. สตม.และ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก. ตม.1 ที่ได้สั่งการให้ออกปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รับผิดชอบ และให้เพิ่มความเข้มงวดในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวเถื่อน และผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย และให้เพิ่มความเข้มงวดในการใช้มาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงกำชับเจ้าหน้าที่ ตม.ทุกหน่วย ให้จับกุมผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านโดยการหลบหนีมาทางช่องทางธรรมชาติโดยไม่ผ่านขั้นตอนการคัดกรอง เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ และได้กำชับทุกหน่วยให้ระดมกำลังกันตรวจสกัด และให้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีการละเมิดกฎหมายอื่น ๆ อีก รวมถึงให้ติดตามความเคลื่อนไหว พร้อมทั้งให้คำแนะนำแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ที่รับผิดชอบให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน และเพื่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการอย่าใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงต่อโรคระบาดอีกด้วย
ทั้งนี้หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแส หรือพบเห็นการกระทำความผิดของคนต่างด้าว ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1178 หรือ ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้ทันที!!
#ขอขอบคุณ รองโฆษก สตม. และกองงานโฆษก ตม.1เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร!!
###############################








